(นักนิเทศศาสตร์ยุคสมัยใหม่)
นักนิเทศศาสตร์ยุคสมัยใหม่
ความเปลี่ยนแปลงของโลกเกิดขึ้นจากเทคโนโลยีดิจิทัลมากลืนกินสภาพเก่าๆ เดิมๆ ไปจนหมดสิ้นเทคโนโลยีใหม่ๆ ถูกต่อยอดจากอุปกรณ์ดิจิทัลเดิมและไหลบ่าเข้ามาครอบงำเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมต่างๆ โดยเฉพาะการสื่อสาร และ การทำงานของมนุษย์ ทำให้ทุกคนในสังคมกับเทคโนโลยีไม่สามารถแยกออกจากกันได้ มนุษย์จากนี้ไปจึงคือ “มนุษย์ดิจิทัล” แม้จะเต็มใจหรือไม่ก็ตาม
สำหรับศาสตร์ที่มีความเป็นสหวิทยาการสูงอย่าง “นิเทศศาสตร์” เพราะเป็นศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสาร ซึ่งเทคโนโลยีดิจิทัลมีอิทธิพลเข้ามาเปลี่ยนแปลงรูปแบบการสื่อสารไปมาก ทำให้องค์ความรู้รูปแบบเดิมไม่เพียงพออีกต่อไป นักนิเทศศาสตร์ในยุคใหม่ หากไม่มีความเจนจัดในโลกไอที ไม่คล่องแคล่วในการใช้สื่อ ก็จะถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง ไม่มีขีดความสามารถในการแข่งขันเหลืออีกต่อไป นักนิเทศศาสตร์ในยุคใหม่ จึงต้องชอบศึกษาข้ามศาสตร์ เปิดกว้างต้อนรับการมาเยือนของเทคโนโลยีใหม่ๆ บนพื้นฐานการใช้ความคิดสร้างสรรค์เดิมที่มักจะมีอยู่แล้ว และต้องยึดมั่นในหลักการสื่อสารมวลชน มีความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม ในฐานะสื่อ
1. พัฒนาบุคลิกภาพ ช่วยสร้างความมั่นใจในการทำงาน
2.ได้เรียนรู้ทักษะและวิธีการการประชาสัมพันธ์ ออกไปยังกลุ่มเป้า หมายให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น มีการวางแผนและจัดกิจกรรม มีความคิดสร้างสรรค์และมีทัศนคติที่ดีต่องานบริการ ได้เรียนรู้เรื่องการวางแผนสื่อสาร หลักการจูงใจ การวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย การผลิตและการใช้สื่อทุกรูปแบบ ในการทำธุรกิจ เพราะไม่ว่าจะองค์กรเล็กใหญ่แค่ไหน ก็จะต้องอาศัยการประชาสัมพันธ์เพื่อให้การดำเนินงานขององค์กรเป็นไปอย่างราบรื่นและเกิดประสิทธิผลสูงสุด
3.เรียนรู้เกี่ยวกับการวางแผนเชิงกลยุทธ์ การสื่อสาร การตลาด การสร้างสรรค์งานโฆษณา
4.เรียนรู้เกี่ยวกับการค้นคว้าและรวบรวมข้อมูลจากบุคคลและสิ่งพิมพ์ต่างๆ จากนั้นนำข้อมูลมาประเมินคุณค่าเพื่อนำเสนอต่อผู้อ่านอย่างมีสาระและสร้างสรรค์
5.เรียนรู้รูปแบบการสื่อสารที่ช่วยให้เกิดการสื่อสารระหว่างผู้ผลิตและผู้บริโภค ช่วยสร้างคุณค่าต่อองค์กร เช่น การสร้างแบรนด์ การเพิ่มยอดขายและผลกำไรให้กับองค์กรต่างๆ การวางแผนกลยุทธ์ทางการสื่อสารการตลาด
ได้ลองเป็นนักข่าวฝึกหัด
โดยได้ลงมือทำเองทั้งหน้ากล้องและหลังกล้อง
การลงพื้นที่สัมภาษณ์แหล่งข่าว การเตรียมคำถามไปถามแหล่งข่าวเพื่อให้ได้ข้อมูลที่เป็นจริงมากที่สุด
ค้นคว้าข้อมูลในคลิปมาเป็นอย่างดีข้อมูลที่นำมาถ่ายทอดในคลิปวิดีโอจะต้องเป็นข้อมูลที่ถูกต้อง สามารถตรวจสอบได้ เพราะข้อมูลเหล่านี้มีผลอย่างมากต่อการเพิ่มหรือลดความน่าเชื่อถือของรายการ การตรวจสอบข้อมูลเสมอทั้งก่อนการถ่ายทำและหลังถ่ายทำควรทำเป็นประจำ เพื่อให้การถ่ายทำได้ข้อมูลที่ถูกต้อง และตรวจสอบอีกครั้งหลังถ่ายทำจบ เพื่อที่หากเกิดข้อผิดพลาดก็จะสามารถแก้ไขด้วยการตัดออก หรือถ่ายใหม่ได้อย่างทันท่วงที
พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ที่นิยมใช้ Facebook เป็นเครื่องมือในการทำการตลาดและสร้างกำไรให้ตนเอง ส่วนใหญ่จะมองเห็นข้อดีของการใช้ Facebook อยู่บ้างแล้วในเรื่องของความง่าย รวดเร็ว และฟรี เป็นต้น ซึ่งข้อดีที่กล่าวมาข้างต้นนี้เองก็ทำให้พ่อค้าแม่ค้าหน้าใหม่พากันสร้างแฟนเพจขึ้นมาเพื่อขายสินค้าและบริการของตนเองเป็นจำนวนมาก
ทั้งนี้ แม้การสร้างเพจร้านค้าจะง่ายและไม่มีค่าใช้จ่ายก็ตาม แต่การที่จะทำให้ผู้คนที่ใช้ Facebook หลายล้านคนเข้ามามีส่วนร่วมกับแฟนเพจร้านค้าของเรานั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีกลยุทธ์และเทคนิคในการโพสต์ เพื่อเพิ่มยอดขายและขยายฐานลูกค้าใน Facebook สิ่งสำคัญที่พ่อค้าแม่ค้ามือใหม่ไม่ควรละเลยคือการให้ความสำคัญแค่จำนวนไลค์ของแฟนเพจ ซึ่งไม่ได้เป็นปัจจัยที่เพียงพอที่จะทำให้ยอดขายของเราเพิ่มขึ้นได้ ดังนั้นในบทความนี้จะนำเสนอกลยุทธ์และเทคนิคง่าย ๆ ที่ช่วยเพิ่มโอกาสในการเพิ่มยอดขายให้พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ได้
เป็นการ ดูแลเพจ มีหน้าที่ในการทำงานคือตอบคอมเม้นและโต้ตอบสื่อสารในการให้ข้อมูล หน้าที่ให้คำแนะนำทางช่องแชทข้อความส่วนตัว รับออเดอร์ จะเป็นผู้จัดการในการให้บริการโต้ตอบเพื่อการขายสินค้า แจ้งข้อดี และคุณสมบัติ จำพวก ราคา พร้อมกับปิดการขายลูกค้า
สุดท้ายนี้
3 สิ่งที่นักศึกษานิเทศศาสตร์ต้องมีเพื่อเป็น “นักสื่อสารการตลาดมืออาชีพในยุคดิจิทัล”
1. ความคิดสร้างสรรค์
2. ทักษะการสื่อสาร
3. ความรู้ด้านการตลาดในยุคดิจิทัล











ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น